02-255-5656
se Lifeอาคเนย์ประกันชีวิต
โครงการ Easy E-Receipt ซื้ออะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง

โครงการ Easy E-Receipt ซื้ออะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง

19 ธ.ค. 2568

โครงการ Easy E-Receipt 2568 คืออะไร ? สามารถใช้ e-Tax invoice ลดหย่อนภาษีได้จากการซื้ออะไรได้บ้าง และสินค้าและบริการอะไรบ้างที่ไม่เข้าร่วม Easy E-Receipt 2568 ?

19 ธ.ค. 2568

  • Easy E-Receipt 2568 คืออะไร
  • โครงการ Easy E-Receipt 2568 คืออะไร?
  • ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ?
  • ซื้ออะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง?
  • สินค้า/บริการที่ไม่เข้าร่วม
  • ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?
  • วิธีตรวจสอบร้านค้าและการใช้สิทธิ์
  • เคล็ดลับวางแผนภาษีปี 2568
  • สรุป: ทำไมต้องใช้ Easy E-Receipt 2568?

Easy E-Receipt 2568 คือโครงการที่รัฐจัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนใช้จ่ายและวางแผนภาษีได้ง่ายขึ้น เพียงซื้อสินค้าและบริการจากร้านที่ออก e-Tax Invoice ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

โครงการ Easy E-Receipt 2568 คืออะไร?

Easy E-Receipt 2568 เป็นโครงการที่รัฐจัดทำเพื่อส่งเสริมการใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) แทนเอกสารกระดาษ ช่วยให้จัดเก็บข้อมูลได้ง่าย ตรวจสอบย้อนหลังได้ และสามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ตามแนวทางของ กรมสรรพากร ผู้ใช้สิทธิ์ต้องซื้อจากร้านค้าที่อยู่ในระบบ และออกเอกสารได้ถูกต้องตามเงื่อนไข

ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt?

บุคคลธรรมดาที่มีรายได้และอยู่ในระบบภาษีสามารถเข้าร่วมได้ โดยมีคุณสมบัติหลักดังนี้:

  • เป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี และออก e-Tax Invoice ได้
  • ใบกำกับภาษีต้องระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้ออย่างถูกต้อง

Easy E-Receipt 2568 ซื้ออะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ

การใช้สิทธิ์ Easy E-Receipt 2568 ครอบคลุมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและการท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่น:

  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์
  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
  • บริการเสริมความงามและสปา
  • แพ็กเกจท่องเที่ยว โรงแรม และที่พัก

โดยผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออก e-Tax Invoice ตามกฎหมาย

สินค้าและบริการที่ไม่เข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ
  • ยานพาหนะและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น รถยนต์ น้ำมัน
  • ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต
  • ค่าเบี้ยประกันวินาศภัยและค่ารักษาพยาบาล
  • บัตรกำนัล บัตรของขวัญ และ Voucher ทุกประเภท

Easy E-Receipt ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

โครงการ Easy E-Receipt 2568 เปิดให้ใช้สิทธิ์ในช่วงเวลาที่ภาครัฐกำหนด โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท

ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้

- วงเงินลดหย่อนสูงสุด: 50,000 บาท - ใช้สิทธิ์ได้เฉพาะช่วงเวลาที่รัฐกำหนด - ต้องมี e-Tax Invoice ที่ระบุชื่อและเลขผู้เสียภาษีถูกต้อง

อ้างอิงตามแนวทางจากกรมสรรพากร ตรวจสอบข้อมูลทางการ

วิธีตรวจสอบร้านค้าและการใช้สิทธิ์

สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการและประเภทรายการที่ออก e-Tax Invoice ได้ ที่นี่

เคล็ดลับวางแผนภาษีปี 2568 ให้คุ้มค่า

นอกจากใช้สิทธิ์ Easy E-Receipt 2568 แล้ว การทำประกันชีวิตหรือ ประกันสะสมทรัพย์ ตั้งแต่ต้นปีช่วยกระจายการวางแผนภาษีให้ยืดหยุ่นมากขึ้น

สรุป: ทำไมต้องใช้ Easy E-Receipt 2568?

โครงการ Easy E-Receipt 2568 เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การจัดการภาษีง่ายขึ้น สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ลดภาระเอกสาร เพิ่มความโปร่งใส และกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินและภาษีอย่างเป็นระบบ

หากต้องการวางแผนภาษีระยะยาวควบคู่กับการออมเงิน การทำประกันสะสมทรัพย์กับ SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้คุณออมเงินพร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีได้ในคราวเดียว ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต หรือสอบถาม Call Center โทร. 0 2255 5656

สรุปบทความ

Easy E-Receipt 2568 ช่วยให้การจัดการภาษีง่ายขึ้นด้วยเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ใช้ค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการมาลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข ถ้าวางแผนให้ดี เลือกซื้อจากร้านที่ออก e-Tax Invoice ถูกต้อง ก็ใช้สิทธิ์ได้คุ้มและไม่ปวดหัวตอนยื่นภาษี

และถ้าอยากวางแผนภาษีระยะยาวควบคู่กับการออมเงิน ประกันสะสมทรัพย์ ก็เป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้แผนการเงินทั้งปี “นิ่งขึ้น” ได้เหมือนกัน

แชร์:

อ่านต่อ

e-Tax Invoice ลดหย่อนภาษีกับโครงการ Easy E-Receipt 2568