
ท้องผูกไม่ถ่ายหลายวัน ระวังอาการเตือน “โรคขี้เต็มท้อง”
23 พ.ย. 2565
หากมีอาการปวดท้องแบบบีบๆ แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน ขับถ่ายไม่สะดวก หรือต้องออกแรงขับ ระวังอาจเป็นสาเหตุทำให้คุณเป็นโรคขี้เต็มท้อง
23 พ.ย. 2565
โรคขี้เต็มท้อง หรือ ภาวะอุจจาระอุดตัน คืออะไร
ใครบ้างที่ต้องระวัง และเสี่ยงเป็นโรคขี้เต็มท้อง
- ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยเรื้อรัง เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ปกติ จึงทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี
- ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดบ่อย โดยเฉพาะบริเวณลำไส้ ถ้าเกิดเป็นพังผืด อาจทำให้มีอุจจาระเข้าไปตกค้างตามซอกหลืบต่างๆ ได้ง่าย
- ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคท้องผูก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี หรือไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสะสมจนมีอาการรุนแรงขึ้นได้
- ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุ หรือบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลัง อาจทำให้ลำไส้เกิดความผิดปกติ จากการกดทับหรือลำไส้มีลักษณะการขดตัวที่แคบเกิดไป ส่งผลให้ประสิทธิภาพของระบบขับถ่ายแย่ลง
สาเหตุของโรคขี้เต็มท้อง
อาการของโรคขี้เต็มท้อง
- ปวดท้องแบบบีบๆ
- แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ
- คลื่นไส้
- อาเจียน
- ขับถ่ายไม่สะดวก ต้องออกแรงเบ่งอุจจาระ
- ลักษณะของอุจจาระเป็นก้อนเล็ก แข็ง
- มีความรู้สึกเจ็บทวารหนัก
- หลังจากการขับถ่ายอุจจาระ จะมีเลือดออกบริเวณขอบทวารหนัก
- หลังจากการขับถ่ายอุจจาระ จะรู้สึกว่าขับถ่ายอุจจาระออกไม่หมด
- มีความรู้สึกว่าอุจจาระเล็ด
- ปวดหลังบริเวณส่วนล่าง
โรคขี้เต็มท้องมีวิธีรักษาและป้องกันยังไง
- ฝึกวินัยการขับถ่ายให้เป็นเวลา อย่างน้อยวันละครั้ง เพื่อปรับร่างกายให้ชิน
- ไม่อดทนหรืออั้นอุจจาระเป็นเวลานาน ควรขับถ่ายทันทีที่รู้สึกว่าจะถ่ายหนัก
- ควรดื่มน้ำเป็นประจำ และเพียงพอในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
- ชำระลำไส้ด้วยวิธีธรรมชาติ อย่างการรับประทานอาหารจำพวกกากใย (Fiber) เช่น ผัก ผลไม้
- ลดปริมาณการทานอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และไขมัน เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายแล้ว ยังอาจส่งผลให้เสี่ยงเป็นโรคอื่นๆ ตามมาอีกได้
- ควรออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะช่วยเพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย ยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีอีกด้วย
ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคขี้เต็มท้องในระยะยาวได้ หากเริ่มรู้สึกว่ามีอาการ “รุนแรง” ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำวินิจฉัยโรคเบื้องต้นก่อน เพราะวิธีรักษาสภาวะท้องผูกจะถูกจัดแบ่งตามระดับอาการของผู้ป่วย โดยมีตั้งแต่การสวนทวารหนัก, การรักษาด้วยการเหน็บยา และการรักษาด้วยยาทานก็ได้ แต่ในบางกรณีพบว่ามีผู้ป่วยมีอาการของโรคอุจจาระอุดตันขั้นรุนแรง แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อนำอุจจาระออกมาจากลำไส้ของผู้ป่วย ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายในการรักษาตามระดับความรุนแรง
หากอ่านมาถึงตรงนี้จะรู้ว่าการออกกำลังกายดูแลสุขภาพ และรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ช่วยให้ร่างกายมีระบบเผาผลาญที่ดี และยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง แต่หากเราไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ยังคงอั้นอุจจาระ และรับประทานอาหารแต่พวกเนื้อสัตว์ ไม่ยอมทานผักผลไม้ ก็อาจทำให้เราเสี่ยงที่จะเป็นโรคขี้เต็มท้อง หรือภาวะอุจจาระอุดตันได้ ซึ่งหากปล่อยไว้นานๆ อาจเป็นโรคเรื้อรังและเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ได้ ดังนั้นแนะนำให้หมั่นตรวจเช็กร่างกายเป็นประจำ พยายามสังเกตสัญญาณเตือนต่างๆ ของร่างกายตนเอง ว่ามีอาการผิดปกติอะไรบ้าง และอย่าลืมเสริมความมั่นใจด้วยการทำประกันสุขภาพกับอาคเนย์ประกันชีวิต เพราะนอกจากจะช่วยคุ้มครองในเรื่องของชีวิตแล้ว ยังช่วยเซฟค่าใช้จ่ายเวลาต้องเข้ารักษาพยาบาลอีกด้วย หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้เลย
แชร์:
